วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559

คุณยายอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย


คุณยายอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย

..ไม่มีอดีต ก็ไม่มีปัจจุบัน
..ไม่มีท่าน ก็ไม่มีวัดพระธรรมกาย
คุณยายอาจารย์เป็นคำที่หลวงพ่อธัมมชโยเรียกตั้งแต่สมัยที่คุณยายอยู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ปี 2506 สมัยที่หลวงพ่อจบจากสวนกุหลาบวิทยาลัย แล้วออกตามหาคุณยายจากหนังสือโลกทิพย์
เพื่อมาเรียนสมาธิกับท่าน
เพื่อพิสูจน์ว่านรกสวรรค์มีจริง ?
อานุภาพของสมาธิที่คุณยายสามารถปัดลูกระเบิดได้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นจริงอย่างไร?
          คุณยายเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านพูดถึงคุณยายว่า “ลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง สมัยอยู่โรงงานทำวิชชาที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ เพราะในบรรดาพระและแม่ชีที่ทำวิชชา (การปฏิบัติสมาธิขั้นสูงจากการเข้าถึงพระธรรมกายภายในกลางวัน 6 ชั่วโมง กลางคืน 6 ชั่วโมงนั่งสมาธิต่อเนื่องไม่ลุกไปไหนเลย)
คุณยายมีญาณทัสสนะที่แม่นยำที่สุด เพราะท่านเป็นคนจริง มีความวิริยะอุตสาหะ หมั่นเพียรและขยันนั่งสมาธิมากๆ สามารถปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายใน ไปช่วยพ่อที่ดื่มเหล้าแล้วตกนรกให้ขึ้นมาเป็นภุมเทวา (เทวดาประจำต้นไม้) หลังจากให้พ่ออาราธนาศีล 5 แล้วบอกกับกายละเอียดของพ่อว่าต้องนั่งสมาธิทุกวัน

          การปัดลูกระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ของคุณยายด้วยวิชชาธรรมกายคือ การดลจิตดลใจข้าศึกให้มองจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นเมือง ให้เห็นเป็นป่า เป็นทะเล เพื่อไม่ให้ข้าศึกทิ้งระเบิดลงได้ตรงเป้าหมาย งานนี้ต้องประสานกำลังสมาธิอย่างเหนี่ยวแน่นทั้งทีม เรียกว่าสู้กันตาไม่กระพริบทีเดียวจนทำให้เมืองไทยรอดพ้นจากการถูกทิ้งลูกระเบิดจนกระทั่งสงครามสงบมาได้

          อานุภาพของคุณยายอาจารย์

          แม้คุณยายจะไม่รู้หนังสือแต่นอกจากจะช่วยพ่อให้ขึ้นจากนรกได้และปัดลูกระเบิดได้แล้ว ใครที่มาขอพึ่งบารมีให้คุณยายช่วย ท่านช่วยทุกคน แม้คุณยายจะละสังขารไปแล้วแต่ท่านก็ยังช่วยได้
เช่นเรื่องรอดตายจากทหารพม่า สมัยนั้นพระพินิจ  จารุปุณโณ ได้นำหมู่คณะไปทอดกฐินที่จ.ประจวบคีรีขันธ์แล้วพาไปด่านสิงขร เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อทหารพม่า 2 นายสะพายปืนคนละ 2 กระบอกมาจะยิง หาว่าบุกรุกด่าน คว้าปืนมาจะยิงพระและหมู่คณะแต่ปืนยิงไม่ออก ก่อนหน้านั้นพระพินิจได้ขอบารมีคุณยายช่วยจากลอกเกตคุณยายที่นำติดตัวไป ขอให้ท่านและหมู่คณะรอดพ้นจากอันตรายในครั้งนี้ด้วย ทันทีที่นึกถึงคุณยายท่านก็ปรากฏที่ศูนย์กลางกายและขยายใหญ่ขึ้นคลุมหมู่คณะทุกคน ทั้งๆที่เขาคว้าปืนมายิงทั้ง 2 กระบอกแต่ยิงไม่ออกเลย ทหารพม่าที่เกเรทั้ง 2 ตกใจเลยปล่อยให้ทุกคนกลับเมืองไทยมาได้ พอได้มากราบคุณยายที่วัดและเล่าเหตุการณ์ให้ท่านฟัง ท่านก็บอกว่า “นั่นแหละยายไปช่วยพวกคุณเอง คุณไม่รู้หรือ”

เรื่องสัมผัสความตาย โดยพระบุญเธียร  พุทฺธิธีโร เกิดป่วยหนักกระทันหันในเช้ามืดวันอาสาฬหบูชาเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2523  มีไข้สูงมาก คอแข็ง ไปฉันไม่ไหวเพื่อนธรรมทายาทช่วยกันหามขึ้นรถไปส่งรพ.จุฬาฯ หมอเจาะน้ำจากไขสันหลังพบว่า “เป็นโรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส” แล้วส่งเข้าห้องICU ตึกประสาทวิทยาทันที พระบุญเธียรหมดสติไป 10 วัน ชักเกร็งทุก 5 นาที ฉีดยาแก้ชักจนยาหมดคลัง ต้องไปยืมยาจากรพ.พระมงกุฎฯมาใช้ สมองบวมมาก คณะแพทย์ลงความเห็นให้ผ่ากะโหลกออก เพื่อลดความดันของเนื้อสมอง อาจทำให้รอดชีวิตได้ แต่จะกลายเป็นคนปัญญาอ่อน คุณยายยืนยันไม่ให้ผ่า แล้วท่านนั่งเข้าที่ช่วยแก้ไขโรคภัยไข้เจ็บด้วยอานุภาพของวิชชาธรรมกาย ท่านเอ่ยกับแพทย์หญิงสดใส  เวชชาชีวะ ซึ่งเคยเป็นอาจารย์สอนพระบุญเธียรสมัยที่เรียนแพทย์อยู่ ว่าถ้าไม่หายยายเสียชื่อ ในที่สุดก็ไม่ได้ผ่า และอาการดีขึ้น ท่านพักรักษาตัวที่รพ.อีก 2 เดือน อาการดีวันดีคืน
มาพักที่บ้านอีก 3 เดือน ช่วง 4-5 ปีแรกร่างกายและสมองอ่อนเปลี้ยและล้ามาก คุณยายกำชับว่าห้ามทำงานหนัก ห้ามใช้สมอง
แม้จะล่วงมาหลายสิบปีแล้วพระบุญเธียรท่านระลึกเสมอว่า กายเนื้อที่ยังคงอยู่และห่มผ้ากาสาวพัสตร์ครองเพศพรหมจรรย์นี้เป็นเพียง “เศษซากที่หลงเหลืออยู่”รอดพ้นจากความตาย อุบัติเหตุ ความพิการ และภัยพิบัติหลายๆครั้ง สามารถสร้างบารมีตามหมู่คณะได้ทัน เพราะอานุภาพวิชชาธรรมกาย ซึ่งคุณยายช่วยต่อชีวิตให้อาตมามีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้..
มาทราบภายหลังจากหลวงพ่อทัตตชีโวว่าคุณยายนั่งเข้าที่ให้เป็นเดือน ไม่รู้ใช้บุญหมดไปเท่าไร ช่วยให้รอดตาย ไม่พิการและแข็งแรงเป็นปกติ



นอกจากนี้ยังมีอานุภาพคุณยายอีกมากมายนับไม่ถ้วน...
เช่นมีล็อกเก็ตคุณยาย ก็รอดตายอัศจรรย์จากอุบ้ติเหตุรถชน
โดยพระพิพัฒน์พร  กิตติสฺโภ

คุณยายตามสมบัติ ซึ่งพี่อารีพันธ์ อุปฐากใกล้ชิดบอกว่าเป็นเรื่องที่คุณยายถนัดที่สุด 
ท่านตามสมบัติตลอดเวลา นับตั้งแต่สร้างวัดพระธรรมกาย ตามทั้งคน ตามทั้งสมบัติ 
เวลาคุณยายท่านตามสมบัติ ต้องใช้วิชชาธรรมกาย 
สมบัติอยู่ที่ไหนก็ไปตามที่นั่น เช่นอยู่ที่มนุษย์ก็ไปตามที่มนุษย์ เดี๋ยวมนุษย์ก็เอามา 
ถ้าสมบัติอยู่ที่เทวดาก็ไปตามให้เทวดาเอามา
เพราะฉะนั้นตั้งแต่คุณยายเริ่มสร้างวัดเมื่อท่านอายุ 60 ปีน้้น 
ท่านต้องนั่่งธรรมะตามทั้งคน ตามทั้งสมบัติตลอดมา 
เหมือนที่ท่านอยู่วัดปากน้ำก็ตามเจ้าภาพมาเลี้ยงพระที่วัดไม่ขาดเลย
มีผู้มีบุญหลายๆท่านที่เคยเป็นลูกหลานคุณยาย มาเล่าให้ฟังบ่อยๆว่า
คุณยายมาเข้าฝัน มาสอน มาเตือนสติ มาเตือนภัย..
แม้ท่านจะละสังขารไปนานแล้ว
แต่คุณยายยังอยู่ดูแลลูกหลานทุกคนด้วยความรักและเมตตา
เสมือนเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่

แม้คุณยายจะไม่รู้หน้งสือ แต่สามารถเป็นครูบาอาจารย์
ช่วยสร้างพระมหาเถระทั้ง 2 รูปคือ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ปัจจุบันคือพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะชีโว ปัจจุบันคือพระราชภาวนาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ที่ทั้ง 2 รูปจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เป็นพระแท้ เป็นต้นแบบของพระที่บวชตลอดชีวิต อุทิศตนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันมาโดยตลอด 47 ปี
ก็ด้วยอานุภาพวิชชาธรรมกายที่ท่านเข้าถึง
และคุณธรรมความดีงามที่คุณยายมีอย่างยิ่งยวด มากกว่าคนธรรดาทั่วไปหลายเท่า
เป็นสิ่งที่ท่านสั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน

เช่น เรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบ
ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ 
ความมักน้อยสันโดษ 
ความอดทน
ความเมตตากรุณา
คุณยายรักในการฝึกตัวมากที่สุด
มีความขยัน ประหยัด ละเอียดรอบคอบ
ซื่อสัตย์สุจริต
รักการประพฤติพรหมจรรย์ เป็นต้น



ลูกขอกราบแทบเท้าคุณยายผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย 
และขอติดตาม ตามติดคุณยายสร้างบารมี ฝึกฝนอบรมตนเองตามอย่างคุณยาย
ไปจนตลอดชีวิตตราบวันถึงที่สุดแห่งธรรมค่ะ